พิธีกรรมสายแม่พราย 8 หัว
พิธีกรรมสายแม่พราย 8 หัว
พิธีกรรมนี้จะใช้ผีนางพราย 8 หัว ไปมัดจิตมัดใจให้ผัวเมียที่เลิกลากัน ให้กลับคืนมาหากันด้วยการผูกหุ่นคู่รักชายหญิง, ชายชาย, หญิงหญิงและในพิธีจะมีการเซ่นไหว้ด้วยเลือดและของดิบต่างๆ นานา รวมถึงของมึนเมาทั้งหลาย พิธีนี้สามารถทำให้มือที่สามเลิกลากับคนรักของเราได้อีกด้วย
ประวัติของแม่พรายทั้ง 4 ตน
แม่พราย 8 หัว ตำนานที่ 1
(ประวัติเเม่พราย 8 หัว ที่เชื่อมโยงกับพระแม่กาลี ในศาสนาพรามณ์-ฮินดู)
ข้อความที่เผยแพร่นี้ เป็นความรู้ที่ อาจารย์ ปักษา มนต์เทวะ สั่งสมมาจากครูบาอาจารย์และผู้มีความรู้ อาจจะมีความรุนแรงหรือไม่เหมาะสม หรืออาจจะกระทบจิตใจสำหรับคนที่นับถือเทพเจ้าของฮินดู จึงขออภัยมานะที่นี้
ต้องขออธิบายแบบนี้ก่อนว่าความเชื่อตามพระคำภีร์ที่เรียนรู้กันแพร่หลายในปัจจุบัน มักจะถ่ายทอดคำสอนกันต่อๆ กันมาว่า เทพหรือเทวี ทุกๆ พระองค์คืออวตารซึ่งกันและกัน
เช่นพระแม่ทุรคาอวตารมาจากพระอุมาเทวี ส่วนพระพรหม คือสามีของพระแม่สรัสวตี หรือพระแม่ลักษมีคือภรรยา แห่งองค์พระนารายณ์เป็นต้น แต่ในความเป็นจริงเทพหรือเทวีทุกพระองค์ไม่ได้เป็นสามีภรรยา หรือลูกสาวลูกชาย แม้แต่เป็นอวตารซึ่งกันและกันแต่อย่างได้เลย มันเป็นการตีความจากเหล่าผู้รู้ที่ทำการแก้ไขปรับปรุงหรือแต่งนิยายเพิ่มเข้าไปในพระคำภีร์ เพื่อรวมชาติอินเดียและชนเผ่าต่างๆ ในอินเดียให้เป็นหนึ่งเดียว (กลไกทางการเมืองในยุคโบราณ) แท้จริงแล้วเทพหรือเทวีที่อยู่ในประเทศอินเดียที่มีมากมายถึง 9 ล้านองค์ คือเทพที่มาจากชนเผ่า หรือตามเมืองต่างๆ หรือมาจากความเชื่อตามชนบท หรือหมู่บ้าน ซึ่งมีความเชื่อเรื่องเทพเจ้าในแบบของใครของมันเลยก็ว่าได้ ต่อมาเพื่อต้องการรวบรวมอินเดียให้เป็นปึกแผ่นเหล่านักบวชในศาสนาพรามณ์ ยุคโบราณ (ที่อยู่ในเผ่าที่ชนะสงคราม) จึงได้รวบรวมเอาเทพเจ้า พระเทวี หรือแม้แต่ภูติผีท้องถิ่น เข้ามารวมกัน โดยผ่านการตีความหรือแต่งนิยายผ่านคำภีร์ใหม่ ผ่านพระคำภีร์ในยุคใหม่ที่เรียกว่า ฮินดู และได้ทำการรวมกันโดยเรียกว่าศาสนาพรามณ์ ฮินดูในเวลาต่อมา ฉะนั้นผู้คนในยุคปัจจุบันจะเข้าใจเทพเจ้าในศาสนานี้ว่า แต่ละพระองค์จะมีบุตร หรือมีธิดา ในแต่ละพระองค์ หรือแม้แต่มีคู่ครอง ในแต่ละพระองค์ แบบแยบยล จนแยกกันไม่ออก (แม่พราย 8 หัวคือใคร) ตามตำนานความเชื่อดั้งเดิมจะมีการนับถือเทวีปีศาจนามว่า (กาลี) มักมีรูปร่างเป็นปีศาจหญิงสาวร่างกายสีดำ ผมยาวรุงรัง แลบลิ้นยาว มีเขี้ยวแหลมคม มีนิสัยดุร้าย เกรี้ยวกราด แต่มักให้พรแก่ผู้บูชาด้วยความรวดเร็วสมใจหมาย ผ่านการขอพรด้วยการบูชายัน แบบพิศดาร เช่นการถวายด้วยเหล้า บุหรี่ ดอกไม้สีแดง ให้ชายหญิงมาเสพสังวาส ต่อหน้าเทวรูปของพระนาง หรือแม่แต่บูชายัน ด้วยสัตว์ หรือมนุษย์ (ด้วยการตัดศรีษะ) และเอาโลหิตสาดพุ่งใส่ไปยังเทวรูปของนาง ซึ่งเป็นวิธีการบูชาที่โหดมาในยุคสมันนั้น ต่อมาอังกฤษได้เข้าทำการล่าอณานิคม มายังอินเดีย และได้เข้ายึดครองอินเดียโดยสมบูรณ์จึงได้ออกกฎหมายสั่งห้ามการบูชาพระนางกาลีด้วยการบูชายันด้วยมนุษย์ เพราะถือเป็นการละเมิดสิทธิในความเป็นมนุษย์อย่างร้ายแรง แต่ยังยกเว้นให้บูชายันด้วยสัตว์ได้นั้นเอง แม่พราย 8 หัวคือปีศาจที่ดุร้าย นางเป็นสาวกของพระนางกาลี ที่เป็นเสมือนองค์รักษ์ ที่คอยช่วยเหลือหรือคอยรับคำสั่งจากพระนางกาลีอีกทีหนึ่ง นางพราย 8 หัวเกิดจากอำนาจของเหล่าวิญญาญมนุษย์ที่ถูกบูชายันด้วยชีวิต รวมตัวกันจนเกิดเป็นอสุระกายที่มี 8 หัว รูปร่างดำสนิท ร่างกายขรุขระ เหมือนคางคก มีลิ้นยาวถึงเข่า เขี้ยวยาว ตาลึกโบ๋ ผมยาวรุงรัง มีเล็บแหลมคม มีนิสัยดุร้าย โหดเหี้ยม มักกินมนุษย์ หรือสัตว์เป็นอาหาร กินแม้กระทั้ง (โลหิต) ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด อย่างไรก็ตามความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่กล่าวมานี้ก็ได้ถูกบิดเบือนและถูกลบเลือนไปจากความทรงจำของคนอินเดียในยุคใหม่ เพราะการเปลี่ยนแปลงแก้ไขแต่งเติมใหม่ให้ดูสวยงามน่าเคารพผ่านการตีความในคำภีร์ฮินดูเป็นที่เรียบร้อย ปัจจุบันผู้คนจะมีความคิดฝังหัวว่าเทพฮินดูนั้นอ่อนโยน มีจิตใจเมตตา แต่งกายสวยงามมีเครื่องประดับล้ำค่ามากมาย แต่ในความเป็นจริงเทพหรือเทวีในศาสนาพรามณ์ ฮินดู แต่เดิมนั้นเทพทุกพระองค์ที่มีอยู่ร่วม 9 ล้านองค์ล้วนแล้วแต่มีตำนานการกำเหนิดมาจากคนละท้องที่และมีที่มาต่างกันโดยสิ้นเชิงและจะมีวิธีการบูชาแต่งต่างกันโดยสมบูรณ์ (ทำไมพราย 8 หัว มาอยู่ในความเชื่อคนกำพูชา) ในสมัยพระเจ้าวรมันที่ 1 เหล่าพรามณ์ที่อยู่ในประเทศอินเดีย ถูกบั่นทอนความศรัทราเป็นอย่างมากหลังจากที่ศาสนาพุทธ อุบัติขึ้นในประเทศอินเดีย ผู้คนจำนวนมากต่างเข้านับถือพระพุทธศาสนา เนื่องจากพระพุทธศาสนาไม่มีการแบ่งชนชั้นวรรณะ และคนทุกชนชั้นสามารถบวชเป็นพระสงฆ์ได้ทุกคน ต่อมาเหล่านักบวชพรามณ์ได้เดินทางผ่านทางเรือมาเผิยแพร่ศาสนาพรามณ์ฮินดู ในแถบทวีปเอเชีย โดยการผ่าน ประเทศพม่าตอนใต้ ผ่านมายังนครศรีธรรมราช ของไทย และเข้าสู่แผ่นดินกำพูชา อันจะเห็นได้จากซากวิหารฮินดูโบราณที่แกะสลักจากหินศิลาแลงหรือแม้แต่เทวรูปมากมายในดินแดนแถบนี้ หลังจากเข้ามาเผยแพร่ถึงแผ่นดินกำพูชา สำเร็จ กษัตริย์วรมัน ของกำพูชาได้รับเข้านับถือและทำการสร้างเทวาลัยปราสาทหินมากมายเพื่อถวายแด่เทพเจ้าฮินดูที่เข้ามาใหม่ในพระราชอาณาจักร กำพูชา ต่อมาความเชื่อพรามณ์ ฮินดูจึงฝังรากลึกไปสู่ชาวบ้านและทุกชนชั้นอย่างสมบูรณ์ ความเชื่อในเรื่องพราย 8 หัวของคนกำพูชา คือความเชื่อที่เชื่อมต่อกันจากการที่ความเชื่อเรื่องพระกาลี ว่าหากมีการบูชายันพระกาลี จะต้องเซ่นสังเวยให้กับนางพราย 8 หัวด้วยทุกครั้ง ความเชื่อของชาวกำพูชานางพราย 8 หัวเป็นผู้ดูแลควบคุม วิชาอาคมไสย์ศาสตร์ทั้งปวง รวมถึงเหล่าผีหรือวิญญาณทั้งหลาย นางจึงถูกเคารพอย่างมากสำหรับเหล่าหมอผีจอมขมังเวทย์ เวลาที่เหล่าหมอผีจะทำพิธีกรรมใดใด ก็มักจะเซ่นไหว้นางด้วยเลือด เพื่อขอความสำเร็จในพิธีกรรมต่างๆ จนมาถึงยุคของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถือว่าเป็นยุคที่ศาสนาพรามณ์ฮินดู และความเชื่อไสยศาสตร์ ที่มาจากอินเดีย ได้หยั่งรากลึกสู่จิตใจคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนคาถานางพราย 8 หัวก็ถูกแต่งขึ้นมาจากเหล่าหมอผีขมังเวทย์ในยุคนั้นนั่นเอง ปัจจุบันนี้ ในแผ่นดินกำพูชา ความเชื่อเรื่องนางพราย 8 หัวได้ถูกลบเลือนออกไปอย่างมากจนเยาว์ชนในยุคใหม่แทบไม่รู้จักเพราะกำพูชาถูกผลกระทบจากยุคเขมรแดง ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ คนกำพูชาสูญหายไปจากแผ่นดินกำพูชา ร่วม 70% จากประชากรที่มีอยู่ในยุคนั้น โดยส่วนมากเหล่าครู หมอ นักการเมือง ช่างศิลป์ นักเรียน ผู้มีความรู้ หรือแม้แน่นักบวชหมอผีเจ้าลัทธิต่าง ก็ถูกสังหารแทบไม่เหลือแม้กระทั้งตำราทางไสยศาตร์ ตำราทางศาสนา ก็ได้ถูกเผาทำลายจนสิ้นซาก เหลือไว้เพียงชาวนา กรรมกร และคนโง่เขลา เพราะเขาคิดว่าคนกลุ่มนี้ไร้ความรู้ที่จะมาต่อต้านระบบการปกครองใหม่นั่นเอง การศึกษาค้นคว้าหาความรู้ในสิ่งใหม่ฯ ๆ อยู่เสมอ ในยุคปัจจุบันถือว่าเป็นที่นิยมทำกันเป็นอย่าง บางครั้งความเชื่อหรือตำนานที่ถูกบิดเบือน แก้ไข ดัดแปลง อาจเป็นสิ่งที่คนชั้นปกครองต้องการให้เราเชื่อแบบนั้น เพราะอาจจะใช้เป็นเครื่องมือคุมคนทางการเมืองที่อยู่ใต้การปกครองของประเทศอินเดียในยุคนั้น จนบางครั้งองความรู้เดิมที่แท้จริงอาจถูกลบเลือนไปตลอดกาล การค้นคว้าหาความจริง จึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำเพื่อการนับถือ ศรัทธา จะได้อยู่ในแนวทางของความถูกต้อง ซึ่งจะก่อให้เกิดความสำเร็จสมหวังในการบูชา นั่นเอง เรียบเรียงโดย : อาจารย์ ปักษา มนต์เทวะ ห้ามนำข้อความข้างต้นไปใช้หรือนำไปดัดแปลงหรือกระทำการใดๆ ที่ก่อให้เกิดประเด็นดราม่าทุกกรณี
แม่พราย 8 หัว ตำนานที่ 2
1. แม่พราย 8 หัว : ครั้นพระแม่มหากาลีรบกับอสูรควาย ในช่วงวันนวราตรี 9 วัน 9 คืน อสูรควายได้นำทัพปีศาจมาเป็นจำนวนมหาศาล เพื่อมารบกับพระแม่มหากาลี พระแม่มหากาลีจึงได้ทำการแยกร่างของพระองค์ ออกมาเป็นปีศาจหญิงสาวร่างกายสีดำมี 8 หัว พระแม่มหากาลี ได้มีพระราชโองการ ให้นางพราย 8 หัว นำกองทัพปีศาจหญิงสาวนับล้านตนเข้าต่อสู้กับกองทัพ ของอสูรควายเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน จนได้รับชัยชนะในที่สุด หลังจากการรบสิ้นสุดลง พระม่มหากาลีได้คืนรูปของพระองค์ กลับคืนเป็นพระนางอุมาตามเดิม ส่วนนางพราย 8 หัว ไม่ได้กลับคืนรูปของพระแม่ แต่กลายเป็นนางพราย 8 หัว และอาศัยอยู่ในประเทศเขมร นางเลือกที่จะสถิตย์อยู่ในเทือกเขาพนมกุเลน ตำนานเล่าว่านางจับมนุษย์และสัตว์กินเป็นอาหาร จนสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว เหล่านักพรต, พรามณ์, ฤาษี ที่อาศัยอยู่ในเทือกเขาพนมกุเลน ได้ร่วมมือกันใช้คาถาอาคมสะกดนางได้ในที่สุด ภายหลังนางพราย 8 หัว ได้กลับใจ หันมาช่วยเหลือมนุษย์โดยการผ่านร่างทรงหรือครูบาอาจารย์ที่เรืองวิชาอาคมทั้งหลาย จนครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ได้ร่วมกันจรรโลง (เรียบเรียง) ตัวบทพระคาถา เฉพาะของนางพราย 8 หัวขึ้นมา เพื่อนำมาใช้ในการช่วยเหลือมนุษย์ โดยการนำมาแก้คุณไสย์มนต์ดำ, ทำพิธีเรียกผัวเมียกลับคืน, ทำโชคลาภเรียกทรัพย์, หรือแม้กระทั่งทำพิธีสาปแช่งใส่คนชั่วคนเลว จอมขมังเวทย์ในยุคนั้น จะทำการเลี้ยงนางพราย 8 หัว โดยการผูกผ้าดำไว้ที่เสากลางบ้าน เพื่อสักการะบูชาและนิยมเซ่นไหว้ด้วยเลือด ปัจจุบันนี้ ในประเทศกำพูชามีคนที่เรียนวิชานี้น้อยมาก เพราะครูบาอาจารย์หลายๆ ท่าน ได้ล้มหายตายจากไป ในช่วงยุคสงครามเขมรแดง
ข้าพเจ้า อาจารย์ปักษา มนต์เทวะ ได้ร่ำเรียนต่อๆ มา จากครูบาอาจารย์ทางเขมรที่รอดชีวิตมาได้จากยุคเขมรแดง นั่นก็คือ
(ท่านอาจารย์เรนทร์ แห่งอำเภอบันตีเมียนเจิย ประเทศกำพูชา)
2. แม่พรายต้นไทร : ท่านเป็นบริวารอันดับที่ 1 ของแม่พราย 8 หัว ท่านสิงสถิตย์อยู่ในต้นไทร เปรียบเสมือนเทพารักษ์หรือเทวดาชั้นล่าง ท่านเกิดจากวิญญาณสิงสาราสัตว์ในป่า ที่ตายทับถมกันเป็นนับร้อยนับพันปี และดวงจิตทั้งหมดเข้ารวมตัวกันแล้วไปสิงสถิตย์อยู่ในต้นไทร รูปร่างของนางนั้นจะมีสีเขียวแก่ มีจุดทั่วร่างกาย แลบลิ้นยาว มีเขี้ยว 4 เขี้ยว ดวงตาสีแดงทั้ง 2 ข้าง มีฤทธิ์เดชในการเรียกโชคลาภเงินทอง
3. แม่พรายตอไม้ : ท่านเป็นบริวารอันดับที่ 2 ของแม่พราย 8 หัว ท่านมีต้นกำเนิดสืบเนื่องมากจากแม่พรายต้นไทร ตำนานกล่าวว่า มนุษย์ได้ทำการตัดไม้ทำลายป่า ทำการตัดต้นไทรจนเหลือแต่ตอ นางพรายต้นไทรเกิดความแค้นในมนุษย์ จึงกลายสภาพเป็นพรายตอไม้ นางมีฤทธิ์เดชในการป้องกันสิ่งชั่วร้าย ป้องกันคุณไสย์มนต์ดำต่างๆ สามารถคุ้มครองผู้บูชาให้แคล้วคลาดปลอดภัยได้
4. แม่พรายหัวกระโหลก : ท่านเป็นบริวารอันดับที่ 3 ของแม่พราย 8 หัว ท่านเกิดจากวิญญาณ ของมนุษย์ที่เสียชีวิตไปแล้ว (โดยการฝังดิน) ดวงจิตของท่านจึงฝังอยู่ในหัวกระโหลกของมนุษย์ทั้งหลายที่เสียชีวิตไปแล้ว ท่านมีฤทธิ์อำนาจ ในด้านพรายกระซิบ เรียกเงินเรียกทอง ธุระกิจรุ่งเรือง
แม่พราย 8 หัว ตำนานที่ 3
เมื่อพระศิวะและพระนางอุมา ได้เข้าบำเพ็ญตบะมาอย่างยาวนาน จึงเกิดพลังอำนาจและพลังที่ไร้ขีดจำกัด จนเกิดทิฐิ ในจิตใจของทั้ง 2 พระองค์ ด้วยความทะนงในอำนาจจึงไปผิดใจกับเหล่าฤาษีโยคีเข้า พระองค์ทั้ง 2 จึงมานั่งไตร่ตรอง ความโอหังนั้น จึงได้ทำการลดอัตตา ตัวตนของพระองค์ลง ด้วยการแบ่งภาค พระศิวะแบ่งภาคเป็นพระไพราวะ ส่วนพระแม่อุมา แบ่งภาคเป็นพระเทวีไพราวี ทั้ง 2 พระองค์เสด็จไปพำนักอยู่ตามป่าช้าและสถานที่เผาศพต่างๆ ทั่วโลก จนผู้คนขนานนามท่านทั้ง 2 ว่า เจ้าป่าช้า คนไทยมักเรียกว่า (ยายกาลี ตากาลา) อยู่มาวันหนึ่งทั้ง 2 พระองค์ได้ทรงคิดจะสร้างสาวกขึ้นมารับใช้สัก 1 ตน จึงได้ไช้ ฤทธิเดช นำดิน กระดูกคนตายทั้งหลาย และรวบรวมเหล่าวิญญาณของผู้ตาย ในป่าช้าทั้งปวง ทำการสร้างและปลุกเสกนางพราย 8 หัวขึ้นมา นางพรายนี้มีนิสัยดุร้าย น่ากลัว รูปร่างผอมดำ มีผมยาว เล็บยาวเเหลมดั่งปีศาจ ชอบกินเลือดของสิ่งมีชีวิต ดวงตาแดงกล่ำ และมีหัวถึง 8 หัว ภายหลังพระแม่ และพระศิวะ เสด็จคืนรูปอวตาร และกลับไปรวมกับร่างเดิมของพระองค์ จึงได้รับสั่งนางพราย 8 หัวว่า เจ้าจงเป็นใหญ่ในป่าช้า สุสาน สถานที่เผาศพ และดูแล เหล่าผู้ตายทุกดวงวิญญาณ และจงปกป้องเหล่าหมอผี จอมขมังเวทย์ผู้ใช้เวทย์มนต์อาคมด้วย นางจึงถือว่าเป็นผีครูสำหรับพ่อมดหมอผีนั่นเอง
(แผ่นยันต์ออนไลน์) ทางสำนักเราจะใช้แผ่นยันต์ออนไลน์รูปแบบต่างๆ ในการทำพิธีให้ลูกค้า ทั้งสายเขมร สายแขก และสายวูดู รวมถึงพิธีกรรมต่างๆ เป็นหลักของสำนักเรา เพื่อสะดวกต่อการที่จะให้ลูกค้าได้เลือกรูปแบบในการตัดสินใจเพื่อทำพิธีต่างๆ ได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
(แผ่นยันต์ออนไลน์คืออะไร) แผ่นยันต์ออนไลน์มีไว้เพื่อใส่รูปถ่าย, ชื่อและนามสกุล วันเดือนปีเกิดของลูกค้า เพื่อใช้สำหรับทำพิธี ควบคู่กับการใช้หุ่น หรืออุปกรณ์ทำพิธีต่างๆ เพื่อความสะดวกในการรับงานลูกค้า และในการทำงาน ของสำนักเรา ผลดีคือ แผ่นยันต์ออนไลน์เหล่านี้ สามารถใช้ทำพิธีได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ทั้งที่มาหาถึงสำนัก หรือทำผ่านช่องทางออนไลน์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง
แม่พราย 8 หัว (พิธีเรียกจิตคนรักกลับคืน, ตัดมือที่สาม)
(ชุดใหญ่)
-
มัดหุ่นคู่ชาย, หญิง
-
มัดหุ่นตัดมือที่สาม (ในกรณีที่มีมือที่สาม)
-
แผ่นจุดเทียนแม่พราย 8 หัว เสริมเสน่ห์ให้ลูกค้า 5 แผ่น
-
แผ่นจุดเทียนยันต์ดวงคู่สมรส (ผูกดวง) 5 แผ่น
-
แผ่นยันต์พิชัยสงคราม (หนุนดวงลูกค้าให้ชนะดวงคนรัก) 1 แผ่น
-
สะกดเค/กี
-
ลงเสน่ห์เค/กี
(ชุดกลาง)
-
มัดหุ่นคู่ชาย,หญิง
-
มัดหุ่นตัดมือที่สาม (ในกรณีที่มีมือที่สาม)
-
แผ่นจุดเทียนยันต์ดวงคู่สมรส (ผูกดวง) 5 แผ่น
พิธีเสริมเสน่ห์
(ชุดใหญ่)
-
ยันต์แม่พราย 8 หัว 5 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายต้นไทร 5 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายตอไม้ 5 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายหัวกะโหลก 5 แผ่น
-
ลงเสน่ห์เค/กี
-
ลงเสน่ห์รูปหน้าลูกค้า
(ชุดเล็ก)
-
ยันต์แม่พราย 8 หัว 1 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายต้นไทร 1 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายตอไม้ 1 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายหัวกะโหลก 1 แผ่น
-
ลงเสน่ห์เค/กี
-
ลงเสน่ห์รูปหน้าลูกค้า
พิธีโชคลาภ
(ชุดใหญ่)
-
ยันต์แม่พราย 8 หัว 5 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายต้นไทร 5 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายตอไม้ 5 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายหัวกะโหลก 5 แผ่น
-
ลงยันต์เสริมที่หน้าลูกค้า
-
ลงยันต์เสริมที่มือลูกค้าทั้ง 2 ข้าง
(ชุดเล็ก)
-
ยันต์แม่พราย 8 หัว 1 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายต้นไทร 1 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายตอไม้ 1 แผ่น
-
ยันต์แม่พรายหัวกะโหลก 1 แผ่น
-
ลงยันต์เสริมที่หน้าลูกค้า
-
ลงยันต์เสริมที่มือลูกค้าทั้ง 2 ข้าง
พิธีสาปแช่ง (มือที่สามหรือศัตรู)
ฤกษ์ในการทำพิธี

